O-P-R-A-H "5 คำง่ายๆ ใช้ชีวิตสบายๆ แบบโอปราห์"

O-P-R-A-H "5 คำง่ายๆ ใช้ชีวิตสบายๆ แบบโอปราห์"

Write By: admin Published In: Blog Created Date: 2016-09-05 Hits: 345

Aristotle would have liked Oprah
. . .  ถ้าอริสโตเติลยังอยู่ เขาต้องชอบโอปราห์มากแน่ๆ . . .
 
 
          

...แล้วทำไม อริสโตเติล นักปรัชญาชาวกรีกที่มีชีวิตอยู่เมื่อเป็นพันๆปีก่อนจะต้องชอบโอปราห์ด้วยล่ะหลายคนอาการเกิดอาการสงสัยว่าเกี่ยวอะไรกัน เหตุผลก็คือ

...อริสโตเติลนั้นเชื่อว่า
“ความสุข” เกิดขึ้นได้จากตัวเราเอง

ซึ่ง  โอปราห์ วินฟรีย์ เจ้าแม่วงการโทรทัศน์ชื่อดังจากสหรัฐอเมริกา นั้นได้พิสูจน์ทฤษฎีของเขาในโลกปัจจุบัน    
เธอประสบความสำเร็จแบบสูงสุดกับการเป็นพิธีกรรายการทอลค์โชว์ชื่อดังที่มีผู้คนชมสูงสุดในประวัติศาสตร์วงการโทรทัศน์อเมริกาเชียวนะ หลายคนคงเริ่มคิดว่า “เอ้า ก็ไม่แปลกนี่ คนประสบความสำเร็จก็ต้องมีความสุขสิ” แต่ทว่า ความสุขในแบบของเธอกลับพิเศษไม่เหมือนใคร
....โอปราห์ วินฟรีย์เริ่มตั้งคำถามเกี่ยวกับตัวเองหลังจากการสัมภาษณ์ในรายการของเธอเมื่อ 16 ปีก่อน ว่า “อะไรคือสิ่งที่เธอรู้แน่” หลายครั้งเป็นเรื่องที่ยากจะหยั่งรู้ การรู้แจ้งขนาดนี้ต้องอาศัยทั้งเวลาและประสบการณ์ในการช่วยหาคำตอบ งานเขียนชิ้นนี้ของโอปราห์จึงเต็มประด้วยถ้อยคำที่ผ่านการกลั่นกรองจากเวลาและประสบการณ์ร่วมหลายสิบปีของเธอ 

---ลองเปิดประสบการณ์การใช้ชีวิตแบบ O - P - R - A - H  5 ข้อคิดง่ายกันดู---


1 "O" - Opportunity  (หาโอกาสที่จะมีความสุขกับตัวเองให้มากที่สุด)

ทุกวันๆนำมาซึ่ง “โอกาส” มากมายในชีวิต โอกาสที่จะพาคุณไปสัมผัสกับช่วงเวลาดีๆ ที่คุณเองจะไม่รู้สึกเสียดายเวลากับเรื่องราวเหล่านั้น ลองเปิดใจให้ใช้ชีวิตตามจิตวิญญาณของเรา ให้สิ่งเหล่านั้นเป็นแรงผลักดันพาตัวเราไปสิ คุณเคยถามตัวเองมั๊ยว่า มีอะไรที่ยังไม่ได้ลองทำ ที่อยากจะทำจริงๆ ลิสต์รายการมาเป็นข้อดูสิ จริงแล้วอาจจะมีเป็นแสนข้อก็ได้ 
คุณเคยมีโอกาสทำอะไรแบบนี้บ้างมั้ย??? 
...ถ้าเคยมีสัตว์เลี้ยง มั่นใจได้เลยว่า คุณต้องจำช่วงเวลาดีๆที่อยู่กับมันได้แน่นอน มีโอกาสได้เห็นความน่ารัก ความใสซื่อและจริงใจของพวกมัน มีโอกาสได้เป็นตัวของตัวเองต่อหน้าพวกมัน มีโอกาสได้พูดคุยกับพวกมัน แม้มันจะฟังเรารู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้างก็ตาม 
....คุณจำช่วงเวลาของโอกาสที่เรามีความสุขแบบนี้ได้มั๊ย มันเป็นช่วงเวลาที่ดีนะ... 
...เห็นมั๊ยชีวิตน่ะเต็มไปด้วยโอกาส (ที่นี้ หลายคนคงสงสัยแล้วถ้าไม่เคยมีสัตว์เลี้ยงล่ะ) เอ้า รออะไรล่ะ เลี้ยงหมาซักฝูงดูสิหรือแค่ปลาทองตัวเล็กๆซักตัวในอ่างแก้ว อาจจะต้องเหนื่อยหน่อย แต่มันคุ้มนะกับโอกาสที่จะได้เป็นคนเฝ้าดูมันเติบโต โอกาสที่จะมีเพื่อนดีๆมาร่วมเป็นประสบการณ์และความทรงจำในชีวิต โอกาสที่จะได้ซ้อมดูแล เอาใจใส่ต่อชีวิตเล็ก เพื่อที่ในอนาคต เราจะได้ประสบการณ์ที่มากพอจะรับผิดชอบ สิ่งที่ยิ่งใหญ่ขึ้นไปอีกไงล่ะ ยิ่งถ้าไม่เคยมีแฟนละก็ เป็นวิธีนึงที่ดีมากเลยทีเดียว เวลามีโอกาสมีคนรักจริงๆ จะได้รู้ว่าการดูแลเอาใจใส่สิ่งมีชีวิตที่สำคัญต่อหัวใจเราเป็นยังไง เห็นมั๊ย ชัยชนะที่ดีคือการมีโอกาสที่ดีในการฝึกซ้อม โลกนี้ก็เปรียบเป็นการแข่งขันแหละ เราควรได้มีโอกาสฝึกซ้อมทำอะไรซักอย่าง เพื่อที่อนาคตเราจะรับมือกับมันได้เป็นอย่างดี และชนะในเกมส์ชีวิต 

การจมอยู่กับสิ่งที่ไม่เป็นแก่นสาร ไม่จรรโลงใจหรือชีวิตคุณ มันจะบั่นทอนพลังชีวิตคุณ ก็เหมือนเนื้อร้ายนี่แหละ เราอาจจะไม่รู้ตัวหรอก ว่ามันกำลังกัดกินเรา จะรู้ก็ต่อเมื่อระยะสุดท้ายแล้ว ดูสิน่ากลัวนั้น ฉะนั้นมีโอกาสให้รีบคว้า แต่ถ้าคิดว่ายังไม่มีโอกาสเข้ามา เราก็สร้างมันสิ เชื่อมั่นในตัวเองเข้าไว้ อย่าลืมไปว่าตัวเราควรจะมีความสุขกับตัวเองให้มากๆ เพราะในไม่ช้าเวลาจะพราก “โอกาส” ที่จะได้ใช้ชีวิตและเสพช่วงเวลาดีๆเหล่านั้นจากไปในที่สุด


--- หวังว่าวันนี้ คุณจะยังไม่พลาดโอกาสอะไรนะ ---

2 "P" - Possible (ความสำเร็จไม่ยาก แค่เชื่อมั่นว่ามันเป็นไปได้)

อย่างที่เรารู้กัน โลกไปนี้อยู่มาได้และดำเนินต่อไปด้วยความเป็นไปได้จากวิทยาศาสตร์มาสักพักนึงแล้ว แต่จะพูดอะไรยิ่งใหญ่เบอร์นั้นก็จะไกลตัวเกินไป เอางี้ ถ้าเรามองว่า “ความเป็นไปได้” ปรากฏอยู่ในทุกช่วงเวลาของชีวิตล่ะ คุณเคยลองเลยกลัวอะไรจริงๆจังๆรึยัง เคยถามตัวเองมั๊ยว่าเริ่มกลัวเมื่อไร? กลัวเพราะอะไร? แล้วทำไมต้องกลัว? ลองนึกๆดูแล้ว ความกลัวในบางครั้งก็มีข้อดี คืออาจจะทำให้ชีวิตสุขสงบ ปลอดภัย เช่น กลัวการทำความผิด แล้วเคารพกฎหมายบ้านเมือง เป็นต้น แต่ถ้าเกิดว่า ความกลัวของคุณ เป็นเรื่องที่ทำให้ใช้ชีวิตอย่างยากลำบากล่ะ เช่น กลัวที่จะเห็นเลือด แต่ทำงานเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล, กลัวความมืด แต่ต้องทำงานตอนกลางคืน, กลัวผี แต่มีความจำเป็นต้องอยู่คนเดียว นอนคนเดียว หรือแม้กระทั้งการกลัวว่าคนจะไม่รักเรา ไม่ชอบเรา 
...แต่การที่ต้องทำงานกับคนจำนวนมากและมีภาพปรากฏต่อสายตาสาธารณะชนแบบโอปราห์ ไม่ยากเหลือเกินใช่มั๊ย ที่จะเอาชนะความกลัวเหล่านี้ แต่เชื่อเถอะว่า หากเรามองและตระหนักถึงความเป็นไปได้ที่เกิดขึ้นในแต่ละวันของชีวิต บางครั้งเราแค่ต้องการ “คิดบวก” เพียงเท่านั้น 
ฉะนั้น หากเราลองพินิจดูถึงสาเหตุของความกลัวและผลที่ได้จากความกลัวแล้วนั้น แม้แต่ความกลัวที่อยู่ลึกสุดในหัวใจ คุณก็สามารถเอาชนะมันได้ หากคุณมีความมุ่งมั่น เข้าใจและทัศนคติที่ดีในการใช้ชีวิต ด้วยความคิดแบบนี้เองที่ทำให้ให้โอปราห์ผ่านเหตุการณ์ที่แสนจะเลวร้ายในชีวิตมาได้ คุณจะรับรู้ได้ถึงความเชื่อมั่นภายใต้ความเป็นไปได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆในชีวิตประจำวันก็ตาม สิ่งเหล่านั้นก็สามารถนำให้เราไปพบกับความสำเร็จในชีวิตเช่นกัน

--- ในบางครั้งคุณก็บังเอิญเป็นคนที่โชคดีได้ แม้แต่การเอาชนะความกลัว แค่เพียงคุณคิดว่ามันเป็นไปได้ ---


3 "R" - Ralaxing (การผ่อนคลาย ไม่เคร่งครัดกับวิธีการใช้ชีวิตมากเกินไป คือการเพิ่มพลังชีวิตชั้นดี)

“การพักผ่อน” แค่ฟังก็ฟินแล้ว ไม่มีเรื่องอะไรจะดีกว่านี้แล้วใช่มะ (ถูก! เห็นด้วยอย่างแรง) สิ่งที่โคตรดีที่สุดที่ทำให้เราได้ผ่อนคลายและชาร์จแบตพลังชีวิตให้พร้อมกับการทำงานหรือการใช้ชีวิตที่แสนจะวุ่นวายอีกครั้งในวันต่อไป ซึ่งก็อยากที่รู้ๆกัน ช่วงเวลาในการพักผ่อนของแต่ละคนก็มีความแตกต่างหลากหลายกันออกไป ไม่ว่าจะเป็น การออกไปท่องเที่ยวในโลกกว้าง การหาหนังดีๆดูสักเรื่องที่บ้าน แล้วก็นู่นนั้นนี่อีกเยอะแยะ แต่เอางี้ เราลองมามองโลกในมุมใหม่กันดีกว่า ใครก็อยากได้ชีวิตที่ไม่เครียด ไม่เร่งรีบจนเกินไปถูกมะ งั้นลองนึกถึงเรื่องการกินซักหน่อย อย่าได้ลืมไปเชียว ว่าการกินในทุกๆมื้ออาหารของแต่ละวันก็เป็นการพักเหมือนกันนะ มันจะดีแค่ไหน ถ้ามื้ออาหารของเรา มันวิเศษทั้งรสชาติ บรรยากาศ และประสบการณ์ รู้น่า ว่าของอร่อยตามมาด้วยไขมันและแคลลอรี่ที่สูง (ย้ำว่าอีกครั้งว่าสู๊งงง) ไหนจะชีสเอย แป้งเอย เค้กเอย ไม่ดีต่อใจทั้งนั้นเลยค่ะคุณขา ตอนนี้หลายคนกำลังคิดว่า “เอ๊ะเดี๋ยว! นี้จะชวนเราทำร้ายร่างกายตัวเองใช่มั๊ย แล้วที่ออกกำลังกายมาคืออะไร จะฟิตเนส จะคาดิโอ้” ใจเย็นๆ เราเปล่านะ แค่จะบอกว่า การกินช็อคโกแลตอร่อยๆซักชิ้นแล้วดื่มด่ำกับรสชาติของมัน ดื่มด่ำกับช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนให้เต็มที่ ดื่มด่ำกับช่วงเวลาพักจริงๆของเรายังไงล่ะ รู้มั๊ยว่าการพักแบบที่บอกมันจะกลายเป็นความสุขทั้งในตอนที่เรากินอาหาร และกลายเป็นความทรงจำที่ดีในระยะยาวต่อไปได้เลยนะ ถึงแม้ว่าแคลอรี่จะมากเอาการก็เถอะ จะเป็นอะไรไปล่ะ ก็แค่ชดเชยให้ร่างการของเราด้วยการออกไปวิ่งจ็อกกิ้งในสวนสาธารณะสีเขียวสิ แค่นี้เองน๊า มีแต่ได้กับได้ ความสุขสองต่อจากการพักผ่อนแถมยังสุขภาพดีอีกด้วย

--- มันจะไม่ดีกว่าหรอ ที่จะต้องมาคิดว่าอาหารคลีนที่กินอยู่ทุกวัน มื้อนี้กี่แคล แถมยังรสชาติไม่ได้เรื่อง เราไม่เห็นจะมีความสุขกับทั้งการพักผ่อนและรสชาติของมันเลย งั้นก็ ออกไปจัดกันซักแท่งค่ะ…คิดจะพักคิดถึงคิทแคท >//////< ---


4 "A" - Appreciate (อย่าลืมที่จะขอบคุณ และ ซาบซึ้งกับสิ่งที่พาคุณมาถึง ณ จุดนี้)

คุณเคยเกิดความสงสัยบ้างมั๊ย ว่าทำไมทุกวันนี้คุณถึงไม่รู้สึกมีความสุขกับอะไรที่เรียบๆง่ายๆเลย ร้านที่เคยไปกินข้างทาง ถ่ายรูปแล้วไม่สวยเท่าของในห้าง ผมทรงเดิมที่เคยตัดประจำมันดูไม่สวยเท่าเทรนด์ใหม่ที่กำลังมาแรง หรือแม้กระทั่งงานที่ทำให้คุณมีความสุขที่ได้ทำ กลับรู้สึกน่าเบื่อยังไงไม่รู้ ลองคิดๆดูแล้ว เหตุผลคงเป็นเพราะว่า โลกเราทุกวันนี้ไหลไปตามทุนนิยม เรามุ่งมั่งแต่จะแสวงหาความมั่งคั่งร่ำรวย ชีวิตที่ดูโก้หรูที่จะได้เอาไว้โพสต์อวดใครบนเฟสบุ๊คมากมาย เรากลายเป็นคนที่มีไลฟ์สไตล์ที่ไม่ตอบโจทย์เงินในบัญชีเอาซะเลย ไหนจะความรับผิดชอบที่เรามีมากขึ้น ข้าวของมีค่ารอบตัวเราที่มากขึ้น มากขึ้นจนไม่มีที่ว่างให้สิ่งแสนธรรมดาอันเรียบง่ายอีกต่อไป สิ่งต่างๆที่เปลี่ยนไปเป็นตัวแปลสำคัญที่ทำให้เราในทุกวันนี้กลายเป็นคนไม่มีเวลาให้ตัวเองได้รื่นรมย์กับสิ่งที่แสนธรรมดา อยากออกไปเที่ยวธรรมชาติสงบๆเสียงน้ำตกไหลเบาๆ แต่ก็ไม่วายติดโซเชี่ยลตลอดเวลา ลองดูสิว่าตอนนี้ เรากลายเป็นคนที่ “วุ่นเกินไป" รึป่าวนะ
ถ้าใช่ แนะให้มองหาสิ่งรอบตัว สิ่งที่ทำให้คุณรู้สึก “ซาบซึ้ง” สิ เชื่อเถอะว่าการตระหนักถึงการขอบคุณและความซาบซึ้งกับบางอย่างใกล้ตัว มันทำให้เรารู้สึกเกิดความสงบได้จริงๆนะ วันนี้ลองไปกอดพ่อกับแม่ กับครอบครัวหรือคนที่คุณรักดูรึยัง ห้ามบ่นนะว่าทำไม่ได้ คนนั้นไม่อยู่ คนนี้อยู่ไกล บลา บลา บลา คิดถึงก็โทรไปหาสิ สอนท่านเล่นเฟสบุ๊ค ไลน์ อะไรก็ได้ เทคโนโลยีเค้าผลิตมาเพื่อทำให้เราได้อยู๋ใกล้กัน ไม่ใช่หรอ ไปบอกคนที่คุณรัก ว่าเรารักเค้าแค่ไหน คิดถึงเค้ามากแค่ไหน นึกถึงตอนที่ได้เจอเค้า ตอนที่เราได้ใช้ทุกช่วงเวลาดีๆด้วยกัน ขอบคุณที่ยังมีเค้าอยู่ตรงนี้ อะไรแบบนี้ อย่ามาเขิน ทำเลย… ไม่งั้นก็ลองนี้ ลองนึกขอบคุณสิ่งที่ทำให้คุณผิดพลาดไป ขอบคุณอะไรๆ ที่ทำให้ชีวิตคุณมาอยู่ตรงนี้ แฟนเก่าก็นึกถึงมันไปเหอะ อย่างน้อยๆเค้าก็ทำให้เราสตรองได้ขนาดนี้เลยนะเห้ยยย หรือจะขอบคุณเรื่องพวกนี้ที่อ่านอยู่ตอนนี้ก็ได้นะ (ถ้านึกจริงๆ ล่ะก็…น้ำตาจะไหล ซึ้งในน้ำใจสุดๆ ขอปาดน้ำตาแปป) 
เอาน่า อย่างน้อยๆก็ได้นึกถึงครอบครัวใช่มั๊ยล่ะ เห็นมะ ฟิลกู๊ดดดดจะตาย ที่นี่พอขอบคุณและซาบซึ้งเสร็จแล้ว รู้สึกว่าชีวิตที่แสนวุ่นวายของเราดีขึ้นรึยัง มันอาจจะยังไม่เห็นผลทันตานะ แต่เชื่อเถอะว่า ตอนที่คุณนึก คุณมีความสุขกับมันมากขนาดไหน เกิดความรู้สึกที่มีความสุขอย่างพิเศษขึ้นในใจแน่นอน

--- ชีวิตเราก็เหมือนการปีนเขาลูกโตๆ ซักลูก บางครั้งเรามัวแต่นึกถึงจุดหมายปลายทางมากเกินไป จนลืมมองวิว มองท้องฟ้า มองเพื่อนร่วมทาง จนทำให้เราลืมขอบคุณและซาบซึ้งกับสิ่งสวยงามรอบๆตัวเรา ลืมสิ่งต่างๆที่ผลักดันให้เรามายืนในจุดนี้ ในตอนนี้ ---

5 "H" - Happy (ความสุขที่แท้จริงคือความสุขที่สร้างได้จากตัวเรา)

ท้ายที่สุดแล้ว “ความสุข” ที่สร้างได้จากตัวเราเอง ตามปรัชญาของอริสโตเติลที่เคยพูดไว้ก่อนหน้านี้ ก็นำพาให้โอปราห์ วินฟรีย์ ประสบความสำเร็จในชีวิตและมีความสุขในทุกๆวันของชีวิต ความสุขที่เราสร้างได้เอง ทำได้ไม่ยากแค่เริ่มจากการจัดลำดับความสุขจากการทำกิจวัตรรอบตัวก็ได้ ลองให้คะแนนความสุขเป็นจำนวนดาวสิ ตั้งแต่ระดับหนึ่งดาวจนถึงห้าดาวในทุกๆกิจกรรมของชีวิต วันนี้ตื่นนอนมาอากาศดีจัง เอาไปสามดาว ตื่นมาโดยที่เดินไปเข้าห้องน้ำได้เอง ไม่ต้องให้คนช่วยแบบคนที่ป่วย เอาไปสี่ดาว ได้ดูหนังที่ชอบ ก่อนเจอคนอื่นสปอย์เรื่องใส่ เอาไปเลย ห้าดาว เจ้าของร้านข้าวประจำที่เราชอบไปจำหน้าเราได้ เอาไปสี่ดาว หรือเวลาไปซื้อของแล้วเค้าแถมอะไรให้เราฟรีๆด้วย เอาไปห้าดาว ดูสิ แค่นี้เอง มันทำให้แต่ละวันเราอมยิ้มหรือยิ้มหน้าบานได้เลยใช่มั๊ยล่ะ 
แล้วที่นี่จะเป็นยังไง ถ้าวันหนึ่งความสุขที่เราได้ในแต่ละวันมันมากพอที่จะมาเติมเต็มชีวิตเรา งั้นลองสังเกตดูนะ ไอ้ความสุขที่ว่าเนี๊ยะ มันก็จะแสดงออกมาทางสีหน้าและพฤติกรรมของคุณไง ความสุขที่ว่ามันก็จะแพร่รัศมีไปหาคนรอบๆตัวคุณด้วย จนคุณเองจะแทบไม่รู้ตัวเลยว่า คุณกำลังนำพาความสุขที่ว่าไปให้คนอื่น “ความสุข” ที่ได้จากการแค่คุณยิ้มอย่างมีความสุขกับตัวเอง แค่นี้ แค่นี้เอง . . . ไอ้ความสุขที่เรารู้จักก็จะกลายเป็นพลังงานที่สามารถสะท้อนกลับไปๆมาๆ อย่างไม่รู้จบระหว่างผู้ให้และผู้รับเลยน๊า….

--- วันนี้ลองทำให้ใครยิ้มรึยัง ถ้าทำได้ เอาไปเลย สิบดาววววว ^^ ---

หวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์ต่อทุกคน ไม่มากก็น้อย...


paypal